Home / แนวข้อสอบ / แนวข้อสอบ ชุดที่ 1-4

แนวข้อสอบ ชุดที่ 1-4

1 ) ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ มีทั้งหมด 88 ข้อดังนี้

1.1 ในขณะขับรถผู้ขับขี่ต้องมีเอกสารใดใช้คู่กับใบอนุญาตขับรถ
ก.บัตรประจำตัวประชาชน
ข.สำเนาทะเบียนบ้าน
ค.สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ง.บัตรประกันสังคม
1.2 ผู้ขับรถกระทำผิดตามกฎหมายจราจรทางบกและได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจรต้องไปติดต่อชำระค่าปรับภายในกี่วัน
ก.10 วัน
ข.7 วัน
ค.15 วัน
ง.30 วัน1.3 เมื่อใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชำรุดต้องยื่นขอรับใบแทนต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.20 วัน
ข.30 วัน
ค.15 วัน
ง.45 วัน1.4 ผู้ขับรถไม่มีใบอนุญาตขับรถ มีความผิดอย่างไร
ก.จำคุกไม่เกิน 1 ปี
ข.จำคุกไม่เกิน เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค.ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
ง.ปรับไม่เกิน 5,000 บาท1.5ใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราวมีอายุกี่ปี
ก.2 ปี
ข.ปี
ค.3 ปี
ง.4 ปี1.6 ผู้ขับรถใช้ใบอนุญาตขับรถที่สิ้นอายุมีความผิดอย่างไร
ก.ปรับไม่เกินห้าพันบาท
ข.จำคุกไม่เกินสามเดือน
ค.ปรับไม่เกินสองพันบาท
ง.จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน1.7รถที่ไม่เสียภาษีประจำปีภายในกำหนดจะต้องเสียเงินเพิ่มเท่าใด
ก.ร้อยละ ต่อเดือน
ข.ร้อยละ 1 ต่อปี
ค.ร้อยละ 10 ต่อเดือน
ง.ร้อยละ 20 ต่อปี

1.8 การโอนรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.15 วัน
ข.45 วัน
ค.20 วัน
ง.30 วัน

1.9 การเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.วัน
ข.10 วัน
ค.15 วัน
ง.20 วัน

1.10 การต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (ปี) สามารถต่อก่อนล่วงหน้าได้เท่าใด
ก.เดือน
ข.4 เดือน
ค.6 เดือน
ง.5 เดือน1.11 รถยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
ก.5 ปี
ข.6 ปี
ค.3 ปี
ง.ปี1.12 การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.30 วัน
ข.15 วัน
ค.25 วัน
ง.20 วัน1.13 รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี
ก.1 ปี
ข.3 ปี
ค.2 ปี
ง.ปี1.14 ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถ” หมายความว่า
ก.รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และรถอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข.รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.
ค.รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถบดถนน รถแทรกเตอร์
ง.รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถพ่วง.รถแทรกเตอร์1.15 ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถยนต์” หมายความว่า
ก.รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่
ข.รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ค.รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการ และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ง.รถสาธารณะ รถยนต์บริการ และรถยนต์ส่วนบุคคล

1.16 ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถจักรยานยนต์” หมายความว่า
ก.รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ ถ้ามีถ่วงข้างมีล้ออีกไม่เกินหนึ่งล้อ
ข.รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อไม่เกินสองล้อ

ค.รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์มีล้อไม่เกินสองล้อ
ง.รถที่เดินรถกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้าและมีล้อเกินสองล้อ

1.17 ข้อใดไม่ใช่ “รถยนต์รับจ้างสาธารณะ”
ก.รถแท็กซี่
ข.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ค.รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ
ง.รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ

1.18 ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 “รถยนต์บริการ” หมายความว่า
ก.รถยนต์ให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
ข.รถยนต์บรรทุกคนโดยสารซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
ค.รถยนต์บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน
ง.รถยนต์บรรทุกคนโดยสารหรือให้เช่าซึ่งบรรทุกคนโดยสารเกินเจ็ดคน

1.19 ข้อใดคือ “รถยนต์ส่วนบุคคล”
ก.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ข.รถแท็กซี่
ค.รถสามล้อรับจ้างสาธารณะ
ง.รถยนต์ป้ายแดง

1.20 รถที่นำมาใช้บนถนนต้องมีลักษณะอย่างไร
ก.รถที่โคมไฟหน้าไม่ติด
ข.รถที่มีเสียงดัง.90 เดซิเบล A
ค.รถที่มีควันดำ 55 เปอร์เซ็นต์
ง.รถที่จดทะเบียนและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว

1.21 รถที่สามารถนำมาจดทะเบียนต้องมีลักษณะอย่างใด
ก.รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้องและผ่านการตรวจสภาพรถ
ข.รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้อง
ค.รถที่ซื้อจากศูนย์จำหน่ายรถทั่วไป
ง.รถที่ผ่านการตรวจสภาพรถจาก.สภานตรวจภาพรถเอกชน

1.22 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก.รถของวัด
ข.รถของมูลนิธิ
ค.รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ง.รถของผู้บัญชาการทหารสูงสุด

1.23 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก.รถของวัด
ข.รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ค.รถของสภากาชาดไทย
ง.รถของมูลนิธิเพื่อนพึ่งภายามยาก

1.24 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก.รถของสำนักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด
ข.รถสำหรับเฉพาะพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ค.รถของกรมตำรวจที่จดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
ง.ทุกข้อถูกต้อง

1.25 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก.รถที่เจ้าของรถแจ้งการไม่ใช้รถ
ข.รถยนต์นำเข้า
ค.รถสามล้อส่วนบุคคล
ง.รถจักรยานยนต์นำมาใช้ในหมู่บ้าน

1.26 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน
ก.รถที่ผู้ผลิตหรือประกอบเพื่อจำหน่ายหรือที่ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่าย ผลิต ประกอบหรือนำเจ้า และยังมิได้จำหน่ายให้แก่ผู้อื่น
ข.รถสามล้อส่วนบุคคล
ค.รถจักรยานยนต์นำมาใช้ในหมู่บ้าน
ง.รถของวัด

1.27 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถยนต์รับจ้าง
ข.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ค.รถดับเพลิง
ง.รถตู้ส่วนบุคคล

1.28 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถพยาบาลที่มิใช่เป็นรถสำหรับรับจ้าง
ข.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ค.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ง.รถตู้ส่วนบุคคล

1.29 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถตู้ส่วนบุคคล
ข.รถของมูลนิธิ
ค.รถของวัด
ง.รถของกระทรวง.ทบวง.กรม เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด สุขาภิบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และราชการส่วนท้องถิ่นที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ เฉพาะรถที่มิได้ใช้ในทางการค้าหรือกำไร

1.30 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถบดถนนของเอกชน
ข.รถบดของรัฐวิสาหกิจ
ค.รถแทรกเตอร์ของเอกชน
ง.รถแทรเตอร์ส่วนบุคคล

1.31 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถแทรกเตอร์ของเอกชน
ข.รถแทรกเตอร์ของรัฐวิสาหกิจ
ค.รถบดถนนของเอกชน
ง.รถบดถนนของผู้ว่าราชการจังหวัด

1.32 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถของสภากาชาดไทย
ข.รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู
ค.รถของวัด
ง.รถของมูลนิธ่สายใจไทย

1.33 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถของบุคคลในคณะผู้แทนทางการทูต
ข.รถของมูลนิธิร่วมกตัญญู
ค.รถของวัด
ง.รถของมูลนิธิสายใจไทย

1.34 รถต่อไปนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเว้นแต่ค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายทะเบียนรถ
ก.รถดับเพลิงของ.อบต.
ข.รถตู้ส่วนบุคคล
ค.รถตู้รับจ้าง
ง.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

1.35 ประสงค์จดทะเบียนรถต้องยื่นคำขอที่ใด
ก.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง
ข.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา
ค.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก
ง.ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามสถานที่ตั้งที่จำหน่ายรถนั้น ๆ

1.36 รถที่จดทะเบียนแล้ว หากประสงค์จะเปลี่ยนสีรถต้องดำเนินการอย่างไร
ก.ดำเนินการเปลี่ยนสีได้ทันที
ข.แจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วัน
ค.แจ้งนายทะเบียนภายใน 30 วัน
ง.แจ้งนายทะเบียนภายใน วัน

1.37 หากประสงค์เปลี่ยนแปลงตัวถังรถต้องดำเนินการอย่างไร
ก.เปลี่ยนแปลงแล้ว จึงจะมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง
ข.ขออนุญาตนายทะเบียน ตามภูมิลำเนาที่จดทะเบียนรถ
ค.ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน
ง.ไม่ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงเพราะไม่ใช่สาระสำคัญของตัวรถ

1.38 ผู้ตรวจการตาม พ.ร.บ. รถยนต์ คือใคร
ก.เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก.ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแต่งตั้ง
ข.เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก
ค.เจ้าหน้าที่ บริษัทขนส่ง.จำกัด
ง.เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ

1.39 หากประสงค์จะย้ายรถ เจ้าของรถต้องแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.30 วัน
ข.7 วัน
ค.15 วัน
ง.60 วัน

1.40 กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินแจ้งย้ายรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง.
ก.มีความผิด ต้องชำระค่าปรับแจ้งย้ายเกินกำหนด
ข.ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น
ค.รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้
ง.ผิดทุกข้อ

1.41 หากประสงค์จะโอนรถเจ้าของรถต้องแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.60 วัน
ข.25 วัน
ค.30 วัน
ง.15 วัน

1.42 กรณีเจ้าของรถมีภารกิจไม่สามารถมาดำเนินแจ้งโอนรถต่อนายทะเบียนภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อใดถูกต้อง.
ก.ไม่เสียค่าปรับ เนื่องจากจำเป็น
ข.มีความผิด ต้องชำระค่าปรับโอนเกินกำหนด
ค.รถไม่สามารถแจ้งย้ายได้
ง.ผิดทุกข้อ

1.43 
ข้อใดผิด

ก.รถยนต์ส่วนบุคคล นำมาใช้รับจ้างได้
ข.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ห้ามนำมาใช้ในการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร
ค.รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้เพื่อการรับจ้างบรรทุกผู้โดยสาร
ง.รถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้ในกิจการส่วนตัวได้

1.44 นาย ก.นำรถจักรยานยนต์สาธารณะของตนเองรับส่งภรรยาไปตลาดได้หรือไม่อย่างไร
ก.ได้ เพราะภรรยานาย ก.เป็นคนในครอบครัว
ข.ได้ เพราะรถจักรยานยนต์สาธารณะสามารถนำมาใช้กิจการส่วนตัวของเจ้าของรถได้
ค.ไม่ได้ เพราะรถจักรยานยนต์สาธารณะต้องนำมารับจ้างเท่านั้น
ง.ไม่ได้ เพราะ รถจักรยานยนต์สาธารณะห้ามใช้ในกิจการส่วนบุคคลของเจ้าของรถ

1.45 รถประเภทใดต่อไปนี้ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้
ก.รถจักรยานยนต์สาธารณะ
ข.รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
ค.รถยนต์ส่วนบุคคล
ง.รถตู้ส่วนบุคคล

1.46 รถยนต์ ไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อม (ป้ายแดง) ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ขับได้ในช่วงเวลาใด
ก.ขับได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง.16.00 น.
ข.ขับได้ตลอดเวลา
ค.ห้ามขับเพราะยังไม่ได้เสียภาษี
ง.ขับได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก

1.47 รถที่ไม่ได้เสียภาษีภายในเวลาที่กำหนดต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละเท่าใด
ก. ร้อยละ บาทต่อเดือน
ข. ร้อยละ 1 บาทต่อปี
ค. ร้อยละ 10 บาทต่อเดือน
ง. ร้อยละ 10 บาทต่อปี

1.48 รถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันครบสามปี จะมีผลตามกฎหมายอย่างใด
ก.ทะเบียนระงับ
ข.สามารถนำรถไปตรวจสภาพและต่อภาษีประจำปีได้
ค.สามารถกระทำได้ตามข้อ 1 และ 2
ง.สามารถนำรถไปแจ้งไม่ใช้ตลอดไปและจดทะเบียนใหม่ได้

1.49 ข้อใดถูกต้อง.
ก.รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ข.รถยนต์อายุการใช้งานครบ ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ค.รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ง.รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน

1.50 ข้อใดถูกต้อง.
ก.รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ข.รถยนต์อายุการใช้งานครบ 5 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ค.รถจักรยานยนต์อายุการใช้งานครบ 7 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน
ง.รถยนต์อายุการใช้งานครบ 10 ปี ประสงค์จะต่อภาษีประจำปีต้องนำรถไปตรวจที่สถานตรวจสภาพเอกชน

1.51 ข้อใดถูกต้องในขณะขับรถ
ก.ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ข.ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ค.ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ
ง.ผู้ขับรถต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับรถ และสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถ

1.52 ข้อใดถูกต้อง.
ก.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ข.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้
ค.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
ง.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้

1.53 ข้อใดถูกต้อง
ก.ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ข.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ค.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ง.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้

1.54 ข้อใดถูกต้อง.
ก.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ข.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
ค.ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลได้
ง.ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ใช้แทน ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลได้
1.55 ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราวมีอายุกี่ปี
ก.ปี
ข.2 ปี
ค.3 ปี
ง.5 ปี

1.56 หากประสงค์จะเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวเป็นประเภทส่วนบุคคลชนิด ปี ข้อใดถูกต้อง.
ก.สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 30 วัน
ข.สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 60 วัน
ค.สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 1 เดือน
ง.สามารถเปลี่ยนได้ล่วงหน้า 3 เดือน

1.57 ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชนิด ปีต่ออายุล่วงหน้ากี่เดือน
ก.1 เดือน
ข.เดือน
ค.4 เดือน
ง.6 เดือน

1.58 นาย ก.เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว จะต้องไปดำเนินการที่ใด
ก.สำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ทุกแห่ง
ข.สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น กรุงเทพมมหานคร
ค.สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ยกเว้น สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง.
ง.ผิดทุกข้อ

1.59 ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วราวต้องมีอายุกี่ปี
ก.ไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์
ข.ไม่ต่ำกว่า 16 ปี บริบูรณ์
ค.ไม่ต่ำกว่า 17 ปี บริบูรณ์
ง.ไม่ต่ำกว่า 18 ปี บริบูรณ์

1.60 นายชาย พิการไม่มีนิ้วมือข้างซ้าย ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวได้หรือไม่
ก.ไม่ได้ เพราะ นายชายเป็นผู้มีร่างกายพิการ
ข.ไม่ได้ เพราะ ขัดต่อระเบียบกรมการขนส่งทางบก.
ค.ได้ เพราะ หากนายชายมีบัตรผู้พิการ
ง.ได้ เพราะ ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้

1.61 บุคคลในข้อต่อไปนี้บุคคลใดสามารถขอรับใบอนุญาตขับรถได้
ก.นายชาย ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
ข.นางหญิงเป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
ค.นายดำ เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดใบอนุญาต
ง.นางแดง.เป็นวัณโรค

1.62 นายแดง.ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ข้อใดถูกต้อง.
ก.นายแดง.ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
ข.นายแดงต้องได้รับใบอนุญาตขับรถมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ค.นายแดง.ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
ง.ถูกทุกข้อ

1.63 ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ก.ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
ข.อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
ค.มีประสบการณ์ในการขับรถมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
ง.ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์และใบอนุญาตขับรถยนต์

1.64 ข้อใดถูกต้อง.
ก.มีสัญชาติไทย
ข.ต้องรู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
ค.ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
ง.ถูกทุกข้อ

1.65 หากปรากฏภายหลังว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตขับรถ ท่านจะปฏิบัติอย่างไร
ก.แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตและนำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืนกรมการขนส่งทางบก
ข.แจ้งให้นายทะเบียนเพื่อเพิกถอนใบอนุญาต
ค.ใช้ใบอนุญาตขับรถนั้นต่อไป
ง.นำใบอนุญาตขับรถที่ถูกเพิกถอนส่งคืน

1.66 กรณีถูกพักใช้ใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก.30 วัน
ข.15 วัน
ค.45 วัน
ง.60 วัน

1.67 กรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก.45 วัน
ข.30 วัน
ค.15 วัน
ง.60 วัน

1.68 กรณีถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในกี่วัน
ก.15 วัน
ข.30 วัน
ค.60 วัน
ง.90 วัน

1.69 ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต้องส่งคืนใบอนุญาตขับรถให้แก่นายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.30 วัน
ข.15 วัน
ค.60 วัน
ง.90 วัน

1.70ใบอนุญาตขับรถสูญหายต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น
ก.15 วัน
ข.30 วัน
ค.60 วัน
ง.90 วัน

1.71 ใบอนุญาตขับรถชำรุดในสาระสำคัญต้องแจ้งนายทะเบียนภายในกี่วันนับแต่วันทราบเหตุนั้น
ก.30 วัน
ข.15 วัน
ค.60 วัน
ง.90 วัน

1.72 เมื่อกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และได้รับคำสั่งผู้ตรวจการรถยนต์ให้ไปรายงานตัวผู้ขับรถจะต้องไปรายงานตัวต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน
ก.วัน
ข.3 วัน
ค.10 วัน
ง.15 วัน

1.73 กรณีใดผู้ขับรถยนต์สาธารณะสามารถปฎิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้
ก.ผู้โดยสารเป็นบุคคลวิกลจริต
ข.ผู้โดยสารเมาสุรา
ค.ผู้โดยสารนำทุเรียนส่งกลิ่นขึ้นมาบนรถ
ง.ถูกทุกข้อ

1.74 ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้
ข.ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด
ค.ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด
ง.พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม

1.75 ผู้ขับรถยนต์สาธารณะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นที่สุด
ข.ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้
ค.ไม่พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่เร็วที่สุด
ง.พาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่อ้อม

1.76 ผู้ขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.ปฎิเสธผู้โดยสารในเส้นทางที่จราจรติดขัด
ข.ไม่สูบบุหรี่
ค.ใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแทนเมื่อใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะขาดอายุ
ง.เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด

1.77 ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด
ข.พูดคุยเสียงดังรบกวนผู้อื่น
ค.ไม่ทำตนน่ารำคาญ
ง.สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด

1.78 ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
ข.พูดคุยเสียงดัง
ค.ใส่เสื้อยืดขับรถ
ง.ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี

1.79 ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.ไม่ก้าวร้าว ดูหมิ่นผู้โดยสาร
ข.พูดคุยเสียงดัง
ค.ใส่เสื้อยืดขับรถ
ง.สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด

1.80 ในขับรถผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด
ข.ตักเตือนผู้โดยสารเมื่อแต่งกายไม่สุภาพ
ค.ใส่เครื่องแบบพนักงานขับรถในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจประจำ
ง.ไม่เสพสุราของมึนเมา

1.81 ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.เปิดวิทยุเสียงดังเพื่อให้ผู้โดยสารฟังแก้เครียด
ข.ไม่เสพยาเสพติดให้โทษ
ค.จอดรถตามความต้องการข้องผู้ดดยสาร
ง.สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด

1.82 ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.ไม่เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
ข.ขับด้วยความเร็วเมื่อผู้โดยสารเร่งรีบ
ค.ตามใจผู้โดยสารเพื่อให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด
ง.สูบบุหรี่แก้เครียดเวลารถติด

1.83ผู้ขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตนอย่างไร
ก.ชวนผู้โดยสารคุยเพื่อความเป็นกันเอง
ข.เมื่อง่วงก็ขออนุญาตผู้โดยสารจอดนอน
ค.ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ
ง.แจกหมายเลขโทรศัพท์เพื่อหาลูกค้า

1.84 ผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถมีโทษอย่างไร
ก.จำคุกไม่เกิน เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข.ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ค.จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง.ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

1.85 ผู้ใดขับรถโดยใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุมีโทษอย่างไร
ก.ปรับไม่เกิน 1,000 บาท
ข.จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค.จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ง.ปรับไม่เกิน 2,000 บาท

1.86 นาย ก.ใช้รถยนต์มาแล้วเป็นปีที่ ประสงค์จะเสียภาษีรถประจำปีต้องใช้เอกสารใดในการชำระภาษีรถ
ก.ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ, คู่มือจดทะเบียนรถ
ข.ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
ค.ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน, คู่มือจดทะเบียนรถ
ง.ใบรับรองการผ่านตรวจสภาพเอกชน , พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ, สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ

1.87 เมื่อรถทะเบียนระงับ หากประสงค์จะจดทะเบียนรถใหม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพรถที่ใด
ก.สำนักงานขนส่งจังหวัดในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
ข.สถานตรวจสภาพเอกชนในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
ค.สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสาขาในภูมิลำเนาที่ประสงค์จดทะเบียนรถ
ง.ไม่สามารถจดทะเบียนรถได้เนื่องจากทะเบียนระงับแล้ว

1.88 ประกันภัยชนิดใดใช้ประกอบการต่ออายุภาษีประจำปี
ก.ประกันภัยชนิด 1
ข.ประกันภัยชนิด 2
ค.ประกันภัยชนิด 3
ง.ประกันภัยชนิด คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

ข้อสอบชุดที่2

2 ) ข้อสอบใบขับขี่จริง หมวด กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก 52 ข้อดังนี้
2.1 การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
ข.เมื่อพบป้ายเตือนทางร่วมทางแยกให้ขับรถด้วยความเร็วปกติ
ค.หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้รถคันที่ใหญ่กว่าผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน
ง.เมื่อพบป้ายเตือนสัญญาณไฟบริเวณทางร่วมทางแยกให้ขับรถไปตามปกติ
2.2 ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวรถต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอรถและเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร
ข.เปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยว 20 เมตร
ค.หยุดรถเพื่อเตรียมตัวเลี้ยว
ง.เร่งความเร็วก่อนเลี้ยว
2.3 การหยุดรถบริเวณทางแยกผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ยุดทับเส้นแนวหยุด
ข.หยุดหลังเส้นแนวหยุด
ค.หยุดเลยเส้นแนวหยุด
ง.หยุดเลยป้ายหยุด
2.4 บริเวณใดห้ามแซง
ก.ทางตรง
ข.ทางที่ปลอดภัย
ค.ทางโล่ง
ง.ทางโค้งรัศมีแคบ
2.5การจอดรถต้องจอดให้ห่างจากขอบทางไม่เกินกี่เซนติเมตร
ก.ห่างไม่เกิน 35 เซนติเมตร
ข.ห่างไม่เกิน 30 เซนติเมตร
ค.ห่างไม่เกิน 25 เซนติเมตร
ง.ห่างไม่เกิน 40 เซนติเมตร
2.6 การขับรถแซงรถคันหน้าต้องแซงด้านขวามือ ยกเว้นกรณีใดที่สามารถแซงด้านซ้ายมือได้
ก.เมื่อรถที่จะถูกแซงกำลังเลี้ยวขวา หรือให้สัญญาณว่าจะเลี้ยวขวา
ข.แซงรถคันอื่นทางด้านซ้ายในทางเดินรถช่องทางเดียว
ค.แซงรถคันอื่นในช่องทางขวาของรถที่ถูกแซง
ง.แซงรถคันอื่นทางด้านซ้ายขณะรถวิ่งบนสะพาน
2.7 รถในข้อใดที่สามารถนำมาใช้ในทางได้
ก.รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด
ข.รถที่จดทะเบียนและเสียภาษีแล้ว
ค.รถที่ขาดต่อภาษี
ง.รถที่แจ้งเลิกใช้ตลอดไป
2.8 รถในข้อใด ห้ามนำมาใช้ในทาง
ก.รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง
ข.รถที่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของทางราชการกำหนด
ค.รถที่จดทะเบียนและเสียภาษีแล้ว
ง.รถที่อุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วน
2.9 เขตปลอดภัย หมายความว่าอย่างไร
ก.พื้นที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้ผู้ขับขี่เห็นว่าปลอดภัยขับต่อไปได้
ข. เขตที่ผู้ขับขี่สามารถนำรถผ่านเข้าไปได้
ค. พื้นที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้ชัดเจนทุกเวลาสำหรับให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงจากรถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป
ง.เขตที่คนเดินเท้าสามารถข้ามทางได้โดยไม่ต้องหยุดรอ
2.10 รถในข้อใดที่สามารถนำมาใช้ในทางเดินรถได้
ก.รถที่มีเสียงดังกว่าเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนด
ข. รถที่มีสิ่งลากถูไปบนทางเดินรถ
ค. รถที่มีล้อไม่ใช่ยาง
ง.รถที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังในระดับ 80 เดซิเบล
2.11 สัญญาณจราจรไฟสีแดงที่ทำเป็นรูปกากบาทเฉียงอยู่เหนือช่องเดินรถ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถอย่างไร
ก.จอดรถในช่องเดินรถนั้น
ข. หยุดและจอดรถในช่องเดินรถนั้น
ค. ขับรถในช่องเดินรถนั้น
ง.หยุดรถในช่องเดินรถนั้น
2.12เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนซ้ายออกไปเสมอระดับไหล่ ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ
ก.ด้านข้าง
ข. ด้านหน้าและด้านหลัง
ค. ด้านหลัง
ง.ด้านหน้า
2.13 เมื่อพนักงานจราจรยืนและเหยียดแขนขวาท่อนล่างตั้งฉากกับแขนท่อนบนและตั้งฝ่ามือขึ้น ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถมาจากทางด้านไหนของพนักงานจราจรจะต้องหยุดรถ
ก.ด้านหลัง
ข.ด้านหน้าและด้านหลัง
ค.ด้านหน้า
ง.ด้านข้างและด้านหลัง
2.14 การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีแดง.ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
ข. ลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง
ค. จอดรถด้วยความระมัดระวัง
ง.เพิ่มความเร็วของรถและผ่านทางเดินรถนั้นไปโดยเร็ว
2.15 การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกที่มีสัญญาณจราจรไฟกระพริบสีเหลือง.ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ลดความเร็วของรถลงและผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความระมัดระวัง
ข. หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุด เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรจึงขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
ค.จอดรถ
ง.เพิ่มความเร็วของรถและผ่านทางเดินรถนั้นไปโดยเร็ว
2.16 ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย ยกเว้นกรณีใดสามารถเดินรถทางขวาหรือ ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถได้
ก.ไม่มีรถสวนทางมา
ข. ทางเดินรถกว้างมาก
ค.ด้านซ้ายของทางเดินรถมีสิ่งกีดขวาง
ง.ทางเดินรถมีน้ำท่วมขัง
2.17 การให้สัญญาณด้วยแขน โดยผู้ขับขี่ยื่นแขนขวาตรงออกไปนอกตัวรถเสมอระดับไหล่และโบกมือขึ้นลงหลายครั้ง.หมายถึงผู้ขับขี่นั้นต้องการอะไร
ก.หยุดรถ
ข.เลี้ยวขวา
ค.จะลดความเร็วของรถ
ง.จอดรถ
2.18 ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างจากรถคันหน้าเท่าไร
ก.ในระยะที่จะสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อมีความจำเป็น
ข.ไม่น้อยกว่า 2 เมตร
ค.ไม่น้อยกว่า 1 เมตร
ง.ไม่น้อยกว่า 3 เมตร
2.19 ผู้ขับขี่ต้องการจะเลี้ยวซ้ายต้องขับรถในช่องเดินรถด้านซ้ายก่อนถึงทางเลี้ยวกี่เมตร
ก.ไม่น้อยกว่า 15 เมตร
ข.ไม่น้อยกว่า 20 เมตร
ค.ไม่น้อยกว่า 25 เมตร
ง.ไม่น้อยกว่า 30 เมตร
2.20 ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถ ให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าเท่าใด
ก.150 เมตร
ข.100 เมตร
ค.60 เมตร
ง.120 เมตร
2.21 ในการขับรถสวนทางกัน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.แซงเข้าไปในช่องเดินรถประจำทางได้
ข.ให้ขับรถชิดด้านซ้าย
ค.ในทางที่มีสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้าไม่ต้องหยุดรอให้รถที่สวนมาผ่านไปได้
ง.ในทางแคบที่ไม่อาจสวนกันได้ ผู้ขับรถคันที่เล็กกว่า ต้องหยุดชิดด้านซ้ายให้รถคันที่ใหญ่กว่าไปก่อน
2.22 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถคันอื่นขณะที่มีหมอก.ฝุ่น ฝน หรือควัน จนไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะ เท่าใด
ก.60 เมตร
ข.90 เมตร
ค.70 เมตร
ง.80 เมตร
2.23 บริเวณใดห้ามขับรถแซงรถคันอื่น
ก.ทางโค้งรัศมีแคบ
ข.ในกรณีที่ทางเดินรถด้านซ้ายมีสิ่งกีดขวาง
ค.150 เมตร จากทางร่วมทางแยก
ง.แซงด้านซ้ายในขณะที่มีรถรอเลี้ยวขวา
2.24 บริเวณใดสามารถกลับรถได้
ก.ทางเดินรถที่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ
ข.บริเวณบนสะพาน
ค.ระยะ 150 เมตร จากทางราบของเชิงสะพาน
ง.เขตปลอดภัย
2.25เมื่อผู้ขับขี่พบเครื่องหมาย “เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
ก.ลดความเร็วของรถลงและเลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที
ข.หยุดรอจนกว่าจะได้รับสัญญาณไฟเขียวจึงเลี้ยวซ้ายไปได้
ค.หยุดรอให้คนข้ามถนนและรถที่มาจากทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อนแล้วจึงเลี้ยวซ้ายผ่านไป
ง.เลี้ยวซ้ายผ่านไปได้ทันที
2.26 ผู้ใดไม่มีหน้าที่ให้สัญญาณจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก.พ.ศ.2522
ก.ผู้ขับขี่รถยนต์
ข.พนักงานจราจร
ค.ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
ง.คนเดินเท้า
2.27 ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามข้อใดไม่ถูกต้อง
ก.ลดความเร็วเมื่อถึงวงเวียน
ข.ลดความเร็วเมื่อถึงที่คับขัน
ค.จอดรถบริเวณทางร่วมทางแยก
ง.ลดความเร็วเมื่อเห็นคนกำลังข้ามทาง
2.28 บริเวณใดแซงได้
ก.ทางร่วมทางแยก
ข.สะพานเดินรถทางเดียว
ค.ทางโค้งรัศมีแคบ
ง.บนพื้นทางที่มีเครื่องหมายจราจรให้แซงได้
2.29 เมื่อจะเปลี่ยนช่องทางหรือแซงรถทุกครั้งต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.รีบเปลี่ยนช่องทางโดยเร็ว
ข.ต้องให้สัญญาณไฟหรือสัญญาณแตร
ค.แซงขึ้นหน้าแล้วเหยียบเบรกทันที
ง.รีบเร่งเครื่องแซงโดยเร็ว
2.30 บริเวณใดจอดรถได้
ก.ที่มีป้ายห้ามหยุดรถ
ข.ในอุโมงค์
ค.ทางร่วมทางแยก
ง.ลานจอดรถในห้างสรรพสินค้า
2.31 การขับรถตามข้อใดปฏิบัติได้ถูกต้อง
ก.ขับรถลักษณะผิดปกติวิสัย
ข.แซงรถในอุโมงค์
ค.ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร
ง.ขับรถเร็วไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
2.32 เมื่อถึงทางรถไฟและมีรถไฟกำลังแล่นผ่าน ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.หยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า เมตร
ข.ขับรถผ่านไปโดยเร็ว
ค.ให้เสียงสัญญาณแตรเตือนและขับผ่านไปได้
ง.หยุดรอสัญญาณไฟและเปิดไฟฉุกเฉิน
2.33 บริเวณใดใช้สัญญาณเสียงแตรได้
ก.โรงเรียน
ข.สถานที่ราชการ
ค.สวนสาธารณะ
ง.โรงพยาบาล
2.34 เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ขับขี่หลบหนีจะมีผลอย่างไร
ก.ไม่มีผล เพราะไม่ใช่ฝ่ายผิด
ข.ให้สันนิษฐานว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิด
ค.มีผลให้เป็นฝ่ายถูก
ง.จะได้รับการกันไว้เป็นพยาน
2.35 สัญญาณเสียงแตรใช้ได้เมื่อใด
ก.ใช้ได้เมื่อรถคันหน้าขับช้า
ข.ใช้ได้ตามสะดวก
ค.ใช้ตลอดเวลา
ง.ใช้ได้เมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
2.36 ขณะขับขี่รถต้องเว้นระยะห่างรถคันหน้าเท่าใด
ก.ในระยะที่ปลอดภัย
ข.13 เมตร
ค.50 เมตร
ง.3 ช่วงตัวรถ
2.37 ก่อนเลี้ยวรถต้องเข้าช่องทางที่จะเลี้ยวและเปิดไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยวรถไม่น้อยกว่ากี่เมตร
ก.3 เมตร
ข.30 เมตร
ค.10 เมตร
ง.15 เมตร
2.38 ผู้ขับรถที่ดื่มสุราเมื่อวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจจะต้องไม่เกินเท่าใด
ก.ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
ข.ไม่เกิน 70 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
ค.ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
ง.ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น
2.39 ขณะขับรถตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมีโทษอย่างไร
ก.จำคุกไม่เกิน 3 เดือนหรือปรับตั้งแต่ 1,000 ถึง.50,000 บาท
ข.จำคุกไม่เกิน ปีหรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง.20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ค.ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ง.ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2.40 ในเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ต้องขับรถด้วยความเร็วเท่าไร
ก.ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข.ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ค.ไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ง.ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2.41 นอกเขตกรุงเทพ เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล ต้องขับรถด้วยความเร็วเท่าไร
ก.ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข.ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ค.ไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ง.ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
2.42 ในการให้สัญญาณไฟเลี้ยว จะต้องให้ผู้ขับรถคันอื่นเห็นได้ในระยะเท่าไร
ก.ไม่น้อยกว่า 10 เมตร
ข.ไม่น้อยกว่า 15 เมตร
ค.ไม่น้อยกว่า 60 เมตร
ง.ไม่น้อยกว่า 30 เมตร
2.43 ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถจะต้องให้สัญญาณมืออย่างไร
ก.ให้สัญญาณมือด้วยมือซ้ายเท่านั้น
ข.ให้สัญญาณมือได้ทั้งมือซ้ายและมือขวา
ค.ไม่ต้องให้สัญญาณมือใด ๆ ทั้งสิ้น
ง.ให้สัญญาณมือด้วยมือขวาเท่านั้น
2.44 บริเวณทางร่วมทางแยกและมีเครื่องหมายห้ามกลับรถแต่เจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้กลับรถได้ผู้ขับขี่ ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.กลับรถได้
ข.กลับรถได้ถ้าไม่มีเครื่องหมายห้ามกลับรถ
ค.กลับรถไม่ได้
ง.กลับรถได้ถ้าไม่ใช่ทางร่วมทางแยก
2.45 ผู้ขับขี่ต้องการกลับรถต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับรถช่องทางไหนก็ได้
ข.ดูป้ายจราจรที่อนุญาตให้กลับรถและเข้าช่องทางให้ถูกต้อง
ค.เข้าช่องทางที่มีลุกศรบนพื้นถนนให้ตรงไป
ง.กลับรถที่บริเวณเส้นทะแยงเหลือง
2.46 ข้อใดปฏิบัติถูกต้อง
ก.รถจักรยานยนต์ต้องขับในช่องเดินรถด้านซ้ายสุด
ข.รถบรรทุกคนโดยสารต้องขับในช่องเดินรถด้านขวาสุด
ค.รถบรรทุกสิ่งของต้องขับในช่องเดินรถด้านขวาสุด
ง.การเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางด้านขวาหรือซ้ายไม่ต้องดูกระจกด้านซ้ายหรือขวา
2.47ในช่องทางเดินรถตั้งแต่สองช่องทางขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ต้องขับรถชิดด้านขวาสุด
ข.ต้องขับรถชิดด้านซ้ายสุด
ค.ต้องขับรถคล่อมเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ
ง.ต้องขับรถอยู่ในช่องทางที่ให้ขับตรงไป
2.48 ผู้ใดได้รับยกเว้นไม่ต้องสวมหมวกนิรภัยขณะโดยสารรถจักรยานยนต์
ก.ภิกษุ สามเณร
ข.คนโดยสาร
ค.เด็ก
ง.คนขับรถ
2.49 ข้อใดเปิดไฟฉุกเฉินได้ถูกต้อง
ก.รถเสียหรือรถเกิดอุบัติเหตุ
ข.เปิดได้ตลอดเวลา
ค.มีหมอก
ง.ผ่านทางแยก
2.50ในการบรรทุกสิ่งของ.ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.บรรทุกได้กว้างกว่าความกว้างของตัวรถข้างละ 1 เมตร
ข.บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร
ค.บรรทุกสูงโดยวัดจากสิ่งของที่บรรทุกได้เกิน 5 เมตร
ง.บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหน้าไม่เกิน 2.50 เมตร
2.51 การลากจูงรถที่ไม่สามารถใช้พวงมาลัยหรือเบรกได้ควรทำอย่างไร
ก.ใช้คนดันไป
ข.ใช้รถดันไป
ค.ใช้สายพ่วงลากจูงไป
ง.ใช้วิธีการยกหน้าหรือยกท้ายลากไป
2.52 รถที่มีความเร็วช้า ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับรถได้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
ข. ขับรถชิดขอบด้านขวา
ค. ขับรถที่บริเวณไหล่ทาง
ง.ขับรถชิดขอบด้านซ้าย

3 ) ข้อสอบใบขับขี่ฉบับจริง.หมวด เครื่องหมายพื้นทางจำนวน 10 ข้อ

3.1 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
 ก. เพิ่มความระมัดระวัง.แล้วหยุดรถ
ข. เพิ่มความระมัดระวัง.เขตหยุดรับ-ส่ง
ค. ขับรถให้ช้าลงถ้าเห็นว่าจะไม่ปลอดภัยต่อรถคันอื่นหรือคนเดินเท้าในทางข้างหน้า ต้องหยุดรถก่อนถึงเส้นให้ทาง
ง. เพิ่มความระมัดระวัง.แล้วจอดรถ3.2 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร?
ก. เส้นชะลอความเร็ว
ข. ให้เลี้ยวรถได้
ค. ห้ามเลี้ยวรถ
ง. ให้จอดรถได้3.2 เครื่องหมายนี้ หมายความว่าอย่างไร?
ก. ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา
ข. ห้ามขับรถตรงไปหรือเลี้ยวขวา
ค. ให้ขับรถไปทางเดียวด้านซ้าย
ง. รถที่อยู่ด้านเส้นทึบห้ามผ่านหรือคร่อมเส้นทึบ แต่รถที่อยู่ด้านเส้นประอาจแซงได้เมื่อเห็นว่าปลอดภัย3.3 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
ก. สามารถเปลี่ยนช่องเดินรถหรือช่องจราจรหรือสามารถแซงได้
ข. ห้ามขับรถตรงไปหรือเลี้ยวขวา ห้ามเปลี่ยนช่องการจราจร
ค. ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ห้ามเปลี่ยนช่องการจราจร
ง. ให้ขับรถไปทางเดียวด้านซ้าย ห้ามเปลี่ยนช่องการจราจร3.4 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
ก.ให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วลง.และรีบเร่งเครื่องไปก่อน
ข. ขับรถให้ช้าลง.หากเห็นรถคันอื่นหรือคนเดินเท้าในทางขวางหน้า ต้องหยุดรถก่อนถึงแนวเส้นให้ทาง
ค. ให้ผู้ขับขี่ขับรถอย่างรวดเร็ว
ง. ให้ผู้ขับขี่ ขับรถให้ช้าลง.แล้วแซงได้3.5 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร?
ก. ให้จอดรถทับเส้นได้ตลอดเวลา
ข. เขตหยุดรับ-ส่ง.ได้ตลอดเวลา
ค. ให้หยุดรถก่อนถึงเส้นแนวหยุดหรือเส้นให้ทาง.เพื่อให้คนเดินเท้าข้ามทางผ่านไปก่อน
ง. ให้หยุดรถทับเส้นได้ตลอดเวลา3.6 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถภายในช่องจราจร ห้ามแซง.ห้ามขับรถผ่านหรือคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด
ข. ขับรถให้ช้าลง.ให้เลี้ยวขวา
ค. ขับรถไปทางด้านขวา ให้เลี้ยวซ้าย
ง. เพิ่มความระมัดระวัง.ห้ามเลี้ยวซ้าย3.7 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เพิ่มความระมัดระวัง.และห้ามแซง
ข. ขับรถในช่องการจราจร ห้ามคร่อมเส้น แต่แซงได้
ค. เพิ่มความระมัดระวัง.ห้ามเปลี่ยนช่องการจราจร
ง. ขับรถให้ช้าลง.ขับรถคร่อมเส้นได้3.8 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ผู้ขับขี่ขับรถอย่างรวดเร็ว เส้นให้ไปได้ทันที
ข. ให้ผู้ขับขี่ ขับรถให้ช้าลง.แล้ว แซงได้
ค. ให้หยุดรถก่อนถึงแนวเส้นขวางทุกครั้ง
ง. ให้ผู้ขับขี่ชะลอความเร็วลง.และรีบเร่งเครื่องไปก่อน3.9 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. เขตหยุดรถ
ข. เขตหยุดรับ-ส่ง
ค. เขตปลอดภัย
ง. เขตจอดรถ3.10 เครื่องหมายนี้ หมายความว่าอย่างไร
ก. ห้ามหยุดรถทุกชนิดภายในกรอบเส้นทแยง.ห้ามหยุดรถยกเว้นรถที่หยุดรอเพื่อเลี้ยวขวา
ข. รถยนต์ทุกชนิด จอดรถได้
ค. รถยนต์ทุกชนิด หยดรถได้
ง. รถยนต์ทุกชนิด กลับรถได้

4) ข้อสอบใบขับขี่ของจริง.หมวด ป้ายบังคับ จำนวน 38 ข้อ

4.1 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้ขับรถแซงคันอื่นได้เลย ในเขตที่มีเครื่องหมายนี้
ข. ให้ทางแก่รถคันอื่นก่อน ในเขตที่มีเครื่องหมายนี้
ค. ให้หยุดรถก่อน ในเขตที่มีเครื่องหมายนี้
ง. ห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ในเขตทางที่ติดตั้งป้าย 4.2 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามขับรถทุกชนิดเข้าไปในทิศทางที่ติดตั้งป้าย
ข. ให้คนเดินเข้าไป ในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ให้เฉพาะรถเก๋งเข้าไป ในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ให้รถเข้าไปได้ ในเขตที่ติดตั้งป้าย4.3เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามกลับรถไปทางขวา
ข. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ค. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ง. ให้กลับรถไปทางขวา4.4 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ข. ห้ามกลับรถไปทางขวา
ค. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ง. ให้กลับรถไปทางขวา4.5เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ข. ให้กลับรถไปทางขวา
ค. ห้ามเลี้ยวซ้าย
ง. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย

4.6 
เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้กลับรถไปทางซ้าย
ข. ให้กลับรถไปทางขวา
ค. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ง. ห้ามเลี้ยวขวา

4.7 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
ข. ให้เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
ค. ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย
ง. ให้เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย

4.8 
เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเลี้ยวขวาหรือกลับรถ
ข. ให้เลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
ค. ให้เลี้ยวขวาหรือกลับรถ
ง. ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ

4.9 
เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
ข. ให้เลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
ค. ให้ไปทางซ้ายหรือทางขวา
ง. ห้ามไปทางซ้ายหรือทางขวา

4.10 
เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ข. ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ห้ามเฉพาะรถยนต์ผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ให้รถยนต์จอด และหยุดรับ-ส่งได้ในเขตที่ติดตั้งป้าย

4.11 
เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่านเข้าออกในเขตทางที่ติดตั้งป้าย
ข. ให้รถบรรทุกผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ง. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย

4.12 
เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่าน
ข. ห้ามรถจักรยานยนต์ผ่าน
ค. ห้ามรถยนต์ทุกชนิดผ่าน
ง. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่าน4.13 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามรถยนต์ผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
ข. ห้ามรถยนต์จอด แต่หยุดรับ-ส่งได้ในเขตที่ติดตั้งป้าย
ค. ให้รถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตที่ติดตั้งป้าย
. ห้ามรถจักรยานยนต์และรถยนต์ทุกชนิดผ่านเข้าออก

4.14 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามจอดรถ
ข. ห้ามหยุดรถ
ค. ห้ามใช้เสียง
ง. ให้ใช้เสียงได้4.15 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้หยุดรถ
ข. ห้ามจอดรถทุกชนิด
ค. ให้แซงได้
ง. ให้ทาง4.16 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้ล้อเลื่อนลากเข็นจอด
ข. ให้รถจักรยานจอด
ค. ให้รถจักรยานยนต์จอด
ง. ห้ามหยุดหรือจอดรถทุกชนิด4.17 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ห้ามคนผ่าน
ข. ทางข้าม
ค. บริเวณคนข้ามถนน
ง. เฉพาะคนเดิน4.18 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้ใช้น้ำหนักไม่เกิน 50 กก.
ข. ห้ามใช้เสียงเกิน 50 เดซิเบล A
ค. ห้ามใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดเป็น “กิโลเมตรต่อชั่วโมง” ตามจำนวนตัวเลขที่รับในป้ายนั้นๆ
ง. ให้ใช้ความเร็วเกิน 50 กม./ชม.4.19 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไรก. ห้ามรถกว้างเกินกำหนด
ข. ห้ามรถยาวเกินกำหนด
ค. ห้ามรถบรรทุกชนิดที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดเป็น “ตัน” ตามจำนวนตัวเลขที่ระบุในป้ายนั้นๆ ผ่านเข้าออก
ง. จำกัดความเร็ว
4.20 
เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามหยุดรถทุกชนิด
ข. ให้ขับรถไปได้เฉพาะรถเก๋ง.เพราะเป็นทางเอก
ค. ให้ลดความเร็วลง.และขับต่อไปช้าช้า
ง. ต้องหยุดให้รถและคนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงขับรถต่อไปได้

2.21 
เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้ทางแก่รถหรือคนเดินเท้าบนทางขวางข้างหน้าผ่านไปก่อน
ข. ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
ค. ห้ามกลับรถไปทางขวา
ง. ให้กลับรถไปทางขวา4.22 เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ห้ามขับรถยนต์ผ่าน
ข. ต้องหยุดรถตรงตำแหน่งที่ติดตั้งป้ายและให้รถที่กำลังสวนทางมาผ่านไปก่อน
ค. ให้ลดความเร็วแล้วขับรถเบี่ยงไปทางด้านซ้าย
ง. ให้ลดความเร็วแล้วขับรถเบี่ยงไปทางด้านขวา

4.23 
เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ไม่ขับรถตรงไป
ข. ต้องขับรถตรงไปตามทิศทางที่ป้ายกำหนดเป็นทางเดินรถทางเดียวเท่านั้น
ค. ไม่ขับรถเข้าไป
ง. ให้ขับรถไปทางซ้าย

4.24 
เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ทางข้างหน้าเป็นทางบังคับให้เดินรถทางเดียวไปทางซ้ายเท่านั้น
ข. ไปได้เฉพาะทางขวาเท่านั้น
ค. ห้ามขับรถไปทางขวา
ง. ให้ขับรถไปทางขวาเท่านั้น4.25 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้ขับรถตรงไปอย่างเดียว
ข. ขับรถไปทางซ้ายได้อย่างเดียว
ค. ห้ามขับรถไปทางขวา
ง. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย

4.26 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ให้เลี้ยวซ้าย
ข. ให้เลี้ยวขวา
ค. ให้ชิดขวา
ง. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านซ้ายของป้าย4.27 เครื่องหมายนี้ หมายความอย่างไร
ก. ผู้ขับขี่ต้องขับรถผ่านไปทางด้านขวาของป้าย
ข. ให้ชิดซ้าย
ค. ให้เลี้ยวซ้าย
ง. ให้เลี้ยวขวา4.28 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามไปทางซ้ายหรือทางขวา
ข. ให้ชิดซ้ายหรือชิดขวา
ค. ให้ชิดขวาอย่างเดียว
ง. ให้ชิดซ้ายอย่างเดียว4.29 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเลี้ยวซ้าย
ข. ห้ามเลี้ยวขวา
ค. ให้เลี้ยวซ้าย
ง. ให้เลี้ยวขวา4.30 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ห้ามเลี้ยวซ้าย
ข. ห้ามเลี้ยวขวา
ค. ให้เลี้ยวซ้าย
ง. ให้เลี้ยวขวา4.31 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา
ข. ห้ามเลี้ยวทางซ้ายหรือทางขวา
ค. ห้ามตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย
ง. ห้ามตรงไปหรือเลี้ยวขวา
4.32 
เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้ตรงไปแต่ห้ามเลี้ยวซ้าย
ข. ห้ามตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย
ค. ให้ตรงไปหรือเลี้ยวซ้า
ง. ห้ามตรงไปหรือเลี้ยวขวา

4.33 
เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้ตรงไปหรือเลี้ยวขวา
ข. ห้ามตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย
ค. ห้ามตรงไปหรือเลี้ยวขวา
ง. ให้ตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย
4.34 
เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ให้รถยนต์ขับรถทางเดียวด้านซ้าย
ข. ให้รถทุกชนิดเดินวนด้านขวาของวงเวียน
ค. ให้ขับรถแทรกหรือตัดหน้ารถคันอื่นในวงเวียนได้
ง. ผู้ขับขี่รถทุกชนิดต้องขับรถวนทางซ้ายของวงเวียนและหยุดรอให้รถที่แล่นอยู่ในทางรอบบริเวณวงเวียน ผ่านไปก่อน
4.35 
เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับรถเข้าช่องเดินรถยนต์และรถจักรยานยนต์
ข. ห้ามแซงล้ำเข้าไปในช่องเดินรถประจำทาง
ค. ให้ขับรถตรงไปหรือเลี้ยวขวา
ง. ห้ามขับรถตรงไปหรือเลี้ยวขวา
4.36 
เมื่อพบเครื่องหมายนี้ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. รถมีคนนั่งไม่น้อยกว่า คน สามารถใช้ช่องเดินรถนี้ได้
ข. รถมีคนนั่ง.1 คน เข้าไปในช่องเดินรถนี้ได้
ค. ห้ามรถมีคนเกิน 3 คน เข้าไปในช่องเดินรถนี้
ง. รถมีคนนั่ง.2 คน เข้าไปในช่องเดินรถนี้ได้
4.37 เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ช่องเดินรถจักรยานยนต์
ข. ช่องเดินรถมวลชน
ค. ช่องเดินรถจักรยาน
ง. เฉพาะคนเดิน
4.38 
เครื่องหมายนี้ คือเครื่องหมายอะไร
ก. ให้เลี้ยวซ้าย
ข. ห้ามเลี้ยวขวา
ค. สุดเขตบังคับ
ง. ให้ใช้ความเร็ว
Top